เรื่องสั้นเท่าฝ่ามือที่ดี มักจบตอนที่เรายังอยากอ่านต่อ
ฟังดูเหมือนเป็นข้อเสีย แต่จริง ๆ แล้วนี่คือหัวใจของมัน เรื่องยาวมีเวลาพาผู้อ่านไปจนสุดทาง ส่วนเรื่องที่มีพื้นที่ไม่กี่ร้อยคำต้องทำอีกอย่าง คือพาผู้อ่านไปถึงหน้าประตู แล้วปล่อยให้เขาเปิดเอง
ในงานศิลปะญี่ปุ่นมีคำว่า「余白」(โยฮากุ) แปลตรงตัวคือพื้นที่ว่างที่เหลือไว้ ภาพวาดหมึกจีนหรือญี่ปุ่นหลายภาพมีภูเขาอยู่แค่มุมเดียว ที่เหลือเป็นกระดาษเปล่า แต่เราไม่เคยรู้สึกว่ามันว่าง เพราะสายตาเติมหมอก ท้องฟ้า และระยะทางให้เอง
เรื่องสั้นเท่าฝ่ามือก็ทำงานแบบเดียวกัน ถ้าผู้เขียนอธิบายทุกอย่าง ผู้อ่านก็แค่รับ แต่ถ้าหยุดก่อนหนึ่งจังหวะ ผู้อ่านต้องคิดต่อ และสิ่งที่คิดเองจะติดอยู่ในใจนานกว่าสิ่งที่ถูกบอก
การจบก่อนไม่ได้แปลว่าจบห้วน ตอนจบที่ดีต้องวางเบาะแสไว้ครบ ให้ผู้อ่านเดินต่อได้โดยไม่หลงทาง แค่ไม่จูงมือไปจนถึงปลายทาง เหมือนเพื่อนที่เล่าเรื่องเก่ง ๆ ที่รู้ว่าควรหยุดตรงไหน แล้วยกแก้วขึ้นจิบ ปล่อยให้คนฟังเงียบไปครู่หนึ่ง
ความเงียบครู่นั้นแหละ คือตอนที่เรื่องเกิดขึ้นจริง ๆ